ปัจจัยกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย

การพัฒนาคุณภาพการศึกษา คำว่า คุณภาพการศึกษา ก็ดูที่ตัวผู้เรียนหรือเยาวชนว่ามีคุณลักษณะตามที่หลักสูตรได้กำหนดไว้หรือไม่ว่า หลังจากที่ผู้เรียนได้รับการพัฒนา การจัดประสบการณ์หรือการจัดการเรียนการสอนแล้ว ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทิศทางที่ดีขึ้น คำว่า “พฤติกรรม” ก็คือ ความรู้ความสามารถ ความคิด ต้องดีขึ้น คุณลักษณะ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมก็ดีขึ้น และทักษะ กระบวนการก็ดีขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งหลายจะดีขึ้นก็ต้องอาศัยปัจจัยที่สำคัญเป็นตัวช่วย เป็นตัวสนับสนุน ปัจจัยที่สำคัญประกอบด้วยปัจจัย 5 คือ

1.ครู เป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะครูมีหน้าที่จัดประสบการณ์ จัดกิจกรรม จัดแหล่งการเรียนรู้ หรือจัดหลาย ๆ อย่างเพื่อให้ผู้เรียนหรือเยาวชนนั้นได้รับรู้ เรียนรู้ ผ่านสมองให้มากที่สุด การรับรู้พยายามรับรู้หลาย ๆ ทาง เช่น ให้ได้ยิน/ฟัง (หู) ให้ได้เห็น(ตา) ให้ได้กลิ่น(จมูก)ถ้าจำเป็นต้องได้รับรู้ ให้ได้รส(รส) ให้ได้สัมผัสทางกาย(มือ/ผิวหนัง) ดังนั้นการจัดประสบการณ์ในแต่ละครั้งครูจำเป็น ต้องหาช่องทางให้ผู้เรียนหรือเยาวชนให้ได้รับรู้ในช่องทางดังกล่าวให้มากที่สุด ที่บอกว่าให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติให้มากที่สุด ให้มีส่วนร่วมให้มากที่สุด เมื่อสมองผ่านการรับรู้ก็จะนำไปสู่การจัดกระทำ ด้วยกระบวนการคิดทางสมอง และนำมาถ่ายทอดให้สังคมได้รับรู้ ได้เห็น ว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น

2. พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะอยู่ใกล้ชิดกับผู้เรียนหรือเยาวชนตลอดเวลา จะต้องเป็นตัวช่วยให้กับครู เช่น อาจต้องมีการติดตาม ซักถาม ให้กำลังใจ หาปัจจัยสนับสนุน เช่น เอกสาร ตำรา สื่อแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ มาช่วยเพื่อให้บุตรหลานเกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ถ้าพ่อ แม่หรือผู้ปกครองท่านใดให้ความเอาใจใส่ ผู้เรียนของท่านจะประสบผลสำเร็จได้เร็วขึ้นกว่าผู้เรียนทั่วไป

3. ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนครู ต้องให้กำลังใจครูผู้สอน ต้องนิเทศ ติดตาม คอยดูแลช่วยเหลือเมื่อครูประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลา เช่น ขาดงบประมาณ ขาดสื่อ ขาดแหล่งเรียนรู้ ต้องร่วมมือกับครู ต้องช่วยครูหาทางออก ไม่ใช่ปล่อยให้ครูช่วยเหลือตนเองเพียงลำพัง ควักกระเป๋าของตนเองตลอดสักวันครูก็จะท้อและหมดกำลังใจจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียน การปฏิบัติของผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องให้มีความยุติธรรม เท่าเทียม เสมอภาคและอย่าเลือกปฏิบัติ

4.บรรยากาศในสถานศึกษา สถานศึกษาต้องแหล่งเรียนรู้ที่รู้สึกปลอดภัย สบายใจ ร่มรื่น เย็นสบาย มีแต่ความสดชื่น มีแต่ความสุข เมื่อเข้ามาในรั้วโรงเรียน ความเขียวขจี มีรั้วรอบขอบชิด มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันของผู้เรียนกับครูทั้งโรงเรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนต้องการมาเรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ไม่หนีเรียน ทุกจุด ทุกมุมของโรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ เช่น ป้ายนิเทศ ประกาศ สารสนเทศต่าง ๆ มีห้องปฏิบัติการต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสถานการณ์จริง สถานการณ์จำลอง สถานศึกษาบางแห่งมียักษ์(ครูดุ)ยืนอยู่หน้าสถานศึกษาบางแห่งมีนักมวย(ครูชอบชกต่อย เตะเวลาทำโทษ) อยู่ในสถานศึกษา สถานศึกษาเช่นนี้ไม่มีความสุขที่จะเรียนรู้ ดังนั้นสถานศึกษาใดมีบรรยากาศที่ดีที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ย่อมได้เปรียบสถานศึกษาอื่นที่ไม่ให้ความสำคัญหรือสนใจ

5. ผู้เรียน ผู้เรียนถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ เป็นตัวป้อน ต้องมีความกระตือรือร้น ต้องเอาใจใส่ ต้องใฝ่เรียนรู้ ใฝ่ถาม ใฝ่คิด ใฝ่ติดตาม ใฝ่แสวงหา สร้างทางเลือกให้กับตนเองในการเรียนรู้ และหาวิธีการเรียนรู้ของตนเองให้ได้ว่า ชอบวิธีการเรียนรู้อย่างไร เรียนแล้วจึงจะเข้าใจได้รวดเร็ว ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องมีเหตุผล ต้องให้ความร่วมมือกับครู กับเพื่อนเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการเรียนรู้ ไม่เป็นตัวทำลาย ไม่ก่อกวนให้กับการเรียนรู้ ถ้าผู้เรียนสามารถประพฤติปฏิบัติได้ก็จะทำให้การเรียนรู้มีคุณภาพมากขึ้น

เชื่อว่าปัจจัย 5 เป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ ถ้าทุกฝ่ายมีการประสานสัมพันธ์ที่ดี เป็นเครือข่าย เป็นเส้นใยที่เชื่อมโยงถึงกัน ไม่มีเส้นใยใดขาด ถ้าปัจจัย 5 มีการดำเนินการ่วมกันอย่างต่อเนื่องเชื่อได้ว่า คุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

Posted in การศึกษา | Tagged , | Comments Off

แนวทางการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมและค่านิยมทางสังคมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในปัจจุบัน

46

การศึกษานับว่ามีความสำคัญมากต่อการพัฒนาบุคลากรตลอดจนไปถึงเป็นพื้นฐานของการพัฒนาส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะไม่ว่าจะทำการพัฒนาส่วนใดต้องเริ่มมาจากการพัฒนาคนเสียก่อน ดังนั้นการพัฒนาคนสามารถทำได้หลาย ๆ รูปแบบ อย่างที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาคนคือการให้การศึกษา ดังนั้นการพัฒนาประเทศต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาคนโดยต้องคำนึงถึงการศึกษาเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวล้ำนำโลกไปมาก การศึกษาก็ต้องพัฒนาไปให้ทันกับโลก สำหรับการศึกษาในประเทศไทย หากดูจากสภาพที่เกิดขึ้นในสังคมหลาย ๆ ฝ่ายกำลังเข้าใจเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือการศึกษาของไทยกำลังมีปัญหา จะเห็นได้ว่าเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจจากสังคม ซึ่งมีการทำวิจัยออกมาหลาย ๆ ครั้งที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของการศึกษาในบ้านเรา ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนไทยเปรียบเสมือนสายพานความป่วยไข้ทางสังคมที่สะท้อนถึงปรากฏการณ์ความอ่อนแอของทุกภาคส่วน ทั้งสถาบันครอบครัวอ่อนแอ พื้นที่อบายมุขขาดการควบคุม อันเป็นปฐมเหตุของปัญหาพฤติกรรมเด็กและเยาวชน ไม่ว่าเป็นปัญหาติดห้าง เที่ยวกลางคืน กินเหล้า สูบบุหรี่ และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร อันจะนำไปสู่ผลกระทบกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย

เคยมีการสัมมนาเรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมและค่านิยมทางสังคมที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน นิสิต นักศึกษาในปัจจุบัน ซึ่งจัดโดยคณะกรรมาธิการ การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่ง รศ.ดร.โภคิน พลกุล ประธานรัฐสภา กล่าวว่า ปัญหาพฤติกรรมและค่านิยมทางสังคมที่ผิดของวัยรุ่นไทยในปัจจุบันมีความรุนแรงจนกลายเป็นวิกฤติทางสังคม ซึ่งปัญหาอันดับหนึ่งคือ ยาเสพติด รองลงมาคือการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรโดยเฉลี่ยจะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุ 16 ปี เป็นที่มาของการทำแท้ง การทอดทิ้งเด็ก เด็กถูกทำร้าย การติดเชื้อเอดส์และการขายบริการทางเพศ นอกจากนี้ยังมีปัญหาอุบัติเหตุจากความมึนเมา คึกคะนอง ท้าทายกฎระเบียบ ส่วนปัญหาที่กำลังมีแนวโน้มขยายตัวและรุนแรงในวัยรุ่นคือ การทำร้ายผู้อื่นและทำร้ายตนเอง โดยการคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนาและชุมชน รวมถึงสื่อโดยเฉพาะโทรทัศน์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันและรีบแก้ไขปัญหาวัยรุ่น

ผลจากการติดตามการปฏิรูปการศึกษาในรอบ 6 ปี หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 โดยประเมินจากคุณภาพภายนอกสถานศึกษา 17,562 แห่งทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 49.1 ของโรงเรียนทั้งหมด พบว่า การจัดการเรียนการสอนของครูยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ยังมีคุณภาพอยู่ในระดับร้อยละ 39.2 การจัดกิจกรรมที่กระตุ้นผู้เรียนให้รู้จักคิด วิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ มีคุณภาพอยู่ระดับ ร้อยละ 13.5 และครูสามารถนำผลการประเมินมาปรับการเรียนและเปลี่ยนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพเพียงร้อยละ 21.6 ของสถานศึกษาทั้งหมด การประเมินคุณภาพทางด้านผู้เรียนพบว่า ยังมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนระดับต่ำมากในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีวิจารณญาณและความคิดสร้างสรรค์ มีคุณภาพระดับดีเพียงร้อยละ 11.1 และการมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีคุณภาพดีเพียงร้อยละ 26.5 ของสถานศึกษาทั้งหมด ส่วนผลการประเมินของผู้ตรวจราชการ พบว่า โครงสร้างการบริหารการศึกษาในส่วนกลาง ยังขาดการประสานเชื่อมโยงนโยบายและยุทธศาสตร์ ส่วนภูมิภาคพบว่าผู้แทนกระทรวงในจังหวัดยังไม่ชัดเจน การกระจายอำนาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ที่สำคัญครูจำนวนมากยังสอนแบบเดิม ขาดความรู้ในเนื้อหาวิชาและทักษะการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะครูในโรงเรียนขนาดเล็กขาดโอกาสพัฒนามาก เพราะไม่สามารถทิ้งห้องเรียนได้ การติดตามผลยังไม่เข้มแข็ง ไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ทางการศึกษา

Posted in การศึกษา | Comments Off

ในระยะเวลาที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษามีสภาพด้อยลงมากยิ่งขึ้น โครงสร้าง

6

ในระยะเวลาที่ผ่านมาคุณภาพการศึกษามีสภาพด้อยลงมากยิ่งขึ้น โครงสร้าง ระบบที่รื้อปรับใหม่ไม่เกิดเรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษาในทางปฏิบัติมากนัก วัฒนธรรมองค์กรยังเหมือนเดิม เป็นระบบราชการศึกษา อนุรักษนิยม และติดกรอบการทำงานเชิงระเบียบกฎเกณฑ์แบบแผนดั้งเดิมที่สั่งสมกันมานวัตกรรมแนวคิดใหม่ๆ ไม่สามารถสอดแทรกเข้าสู่กระแสหลัก ระบบใหญ่ที่ปฏิบัติกันจนเคยชินได้มากนักหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ยังคงยึดเนื้อหาและครูเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดเวลาประชาธิปไตยมีเพียงรูปแบบตายตัว สำเร็จรูปเหมือนกันทั้งประเทศระบบการวัดผลการศึกษามีการปล่อยคุณภาพทุกระดับชั้นจนเข้าสู่การแข่งขันสอบเข้าสถาบันอุดมศึกษาจึงพบข้อเท็จจริงทั้งปัญหาผลสัมฤทธิ์ที่ตกต่ำทุกรายวิชา เกรดเฟ้อ และมาตรฐานคุณลักษณะเด็กในเชิงคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจทักษะชีวิต คุณธรรมจริยธรรมล้วนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้เป็นอันมาก ความเหลื่อมล้ำเชิงคุณภาพการศึกษาไทยยังปรากฏความแตกต่างมากยิ่งขึ้นขาดแคลนครู ทรัพยากร งบประมาณ โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ห่างไกลในชนบทในขณะที่ส่วนกลางยังคงมีความขัดแย้งแตกต่างในเรื่องการถ่ายโอนโรงเรียนจนนำเข้าไปสู่การชะลอตัวของความร่วมมือช่วยเหลือกันในแทบทุกด้านเด็กจำนวนมากกำลังถูกบีบให้ออกจากโรงเรียน ครอบครัว ชุมชน เข้าสู่วงจรอบายมุขของสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมอันตรายหลุมดำ และเครือข่ายที่เด็กเข้าสู่ถนนยุวอาชญากรง่ายขึ้นตามลำดับ

เด็กและเยาวชนในปัจจุบันจึงขาดบุคคล ขาดสถาบัน ขาดพื้นที่ ขาดนโยบายที่จะช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริงแต่สังคมกำลังเปิดกำลังให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงต่อการเสียคน เสียอนาคต มีปรากฏให้เห็น สร้างกันดาษดื่นในแทบทุกแห่ง ในเชิงนโยบายของรัฐ ต้องเน้นการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติเฉพาะที่ต้องให้ความสำคัญกับนโยบายภาคสังคม การศึกษา ชุมชน ครอบครัว คุณภาพประชากร เด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้นกระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ต้องผ่าตัด แก้ไขปรับปรุงโครงสร้างระบบใหม่ ส่วนกลางเล็กลง กระจายอำนาจการศึกษาแบบเครือข่ายมิใช่โครงสร้างราชการ สร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ให้ทำงานยึดผู้เรียนเป็นสำคัญมากกว่าตำแหน่ง เงินตอบแทนวิทยฐานะ ขนาดโรงเรียน การเลื่อนขั้น ระบบการตรวจสอบ และอื่นๆมีรัฐมนตรีและทีมงานทางด้านการเมืองที่มาจากความหลากหลาย มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบเพื่อยกระดับการศึกษาทั้งประเทศ ขจัดปัญหาและอุปสรรคเรื่องการถ่ายโอนการศึกษาระดับพื้นที่ลง กำหนดสัดส่วนของการจัดการศึกษาภาครัฐ ภาคเอกชน ส่วนท้องถิ่น การศึกษาทางเลือกให้ลงตัวใกล้เคียงกัน และมีภารกิจแตกต่างกันไปตามลักษณะการศึกษาพื้นที่รับผิดชอบปัญหาเด็กและเยาวชนในแต่ละท้องถิ่นทุ่มเทงบประมาณลงสู่ภาคการศึกษามากขึ้นเป็นสัดส่วน 35% ของคุณภาพประชากรที่ท้องถิ่นรับโอนภารกิจมาทั้งหมด การบังคับการใช้งบประมาณในสัดส่วนภาคสังคม คุณภาพสิ่งแวดล้อมโครงการที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว การศึกษา คุณภาพการเรียนรู้ คุณธรรมจริยธรรม ความเข้มแข็งของชุมชนเป็นข้อบังคับที่ควรกำหนดไว้ในเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์แผนงบประมาณประจำปี เป็นต้น

Posted in การศึกษา | Comments Off

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ

6

ถึงแม้รัฐบาลไทยจะให้ความสำคัญกับการลงทุนทางการศึกษามากขึ้นทุกระดับ ทำให้เยาวชนไทยมีโอกาสที่จะได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง แต่เนื่องจากปัญญาความยากจนของคนไทยจำนวนมาก ทำให้เยาวชนที่มีโอกาสได้เข้าเรียนไม่สามารถเรียนได้จนกระทั่งจบ ม.6 หรือ ปวช. และต้องออกกลางคันปีละหลายล้านคน ส่วนผู้ที่สามารถเรียนได้จนจบชั้น ม. 6 หรือ ปวช. ก็มีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษา เพราะสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนจำนวนมากไม่สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ทำให้เกิดความสูญเปล่าทั้งทรัพยากรและเวลาที่เยาวชนต้องใช้ไปกับการศึกษาในโรงเรียนปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาของไทยกำลังทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยที่นักการศึกษาของไทยยังหาทางออกไม่ได้ ดูเหมือนยิ่งแก้ยิ่งอีรุงตุงนังหาทางออกไม่เจอ ทั้งๆที่ไปดูงานต่างประเทศกันมาก็มาก

ผลการประเมิน The Learning Curve Index ปี 2557 ของนักเรียนที่เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย จำนวน 40 ประเทศ ปรากฎว่าประเทศเกาหลีใต้ได้อันดับ 1 ญี่ปุ่นอันดับ 2 สิงคโปร์อันดับ 3 ฮ่องกงอันดับ 4 ส่วนประเทศไทยอันดับ 35 ทั้งๆที่ปี 2505 ไทยมีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าเกาหลีใต้ ข้อมูลนี้คงบอกได้ว่าผู้นำประเทศของเราตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันพัฒนาการศึกษาได้ดีแค่ไหน? การที่เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาการศึกษาทำใต้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วโดยมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีสูงกว่าสองหมื่นเหรียญสหรัฐ ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีของไทยอยู่ที่ 5,400 เหรียญสหรัฐเท่านั้น นี่คือความแตกต่างที่เกิดขึ้นในเวลาเท่ากัน

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อคุณภาพการศึกษาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ แต่ประเทศไทยทำไม่สำเร็จคือ คุณภาพผู้สอน ปกติคนที่จะมีอาชีพสอนหนังสือจะต้องเป็นคนที่มีผลการเรียนดี หรือเป็นคนเรียนเก่ง สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกทุกระดับจะพยามคัดเลือกคนเก่งให้เป็นผู้สอน ในอดีตประเทศไทยเราใครจะเรียนครูต้องเป็นคนเก่งจึงจะเข้าเรียนได้ แต่ในระยะหลังนี้เราไม่สามารถดึงดูดให้คนเก่งมาเรียนครูได้ โดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานหาคนเก่งมาเป็นครูยาก ทำให้มีผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาของเรามาโดยตลอด ในขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จมากในการดึงดูดคนเก่งมาสอนหนังสือหลักสูตรและระบบการเรียการสอน กล่าวคือหลักสูตรต้องเป็นหลักสูตรที่ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของสังคม และมีระบบการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะการคิด การวิเคราะห์ และสังเคราะห์ โดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แต่ปัญหาหลักของระบบการเรียนการสอนของไทยคือการสอนให้ท่องจำ ไม่มีทักษะในการคิดและวิเคราะห์ ทำให้ไม่มีความคิดสร้างสรรค์

Posted in การศึกษา | Comments Off

วัตถุประสงค์ของการศึกษางจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน

จุดมุ่งหมายของการศึกษาที่ควรจะเป็น ตามทัศนะของเราในยุคปัจจุบัน ควรส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ หมายถึง สถานศึกษาต้องจัดกิจกรรมการเรียนที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน มีความสนใจและความถนัดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าโรงเรียนได้จัดการศึกษาที่สอดคล้องกับผู้เรียนแต่ละคน ประเทศของเราจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีความสามารถยอดเยี่ยมและหลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล และเราก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

การจัดการศึกษา ต้องเน้นและให้ความสำคัญใน 3 เรื่อง คือ ความรู้ คุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้ โดยให้บูรณาการตามความเหมาะสมของแต่ละระดับการศึกษาในเรื่องต่างๆ 5เรื่อง ซึ่งเป็นแนวของสาระหลักสูตรนั่นเอง โดยกำหนดไว้ในแต่ละข้อ ดังนี้
1. ความรู้เกี่ยวกับตนเองและความสัมพันธ์กับสังคม ในอดีตสถานศึกษามักจัดให้ผู้เรียนเรียนเรื่องที่ไกลตัว ผู้เรียนต้องท่องจำชื่อเมือง ชื่อแม่น้ำในต่างประเทศ แต่ไม่รู้จักสถานที่ในประเทศไทย ผู้เรียนรู้จักผู้ค้นพบทวีปอเมริกา แต่ประวัติท้องถิ่นหรือหมู่บ้านของตนเองกลับไม่มีความรู้เลย  ความคิดเรื่องการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองนี้สอดคล้องกับหลักจิตวิยาการเรียนรู้ ที่ว่าให้เราเริ่มต้นเรียนกับเรื่องของตนเองและสิ่งใกล้ตัวก่อน แล้วจึงขยายกว้างออกสู่สังคม ซึ่งได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติและสังคมโลก ดังนั้น เมื่อเราจัดหลักสูตรก็ต้องเน้นความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของสังคมไทย การเมืองการปกครองของสังคมไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้เข้าใจถ่องแท้ ก่อนที่จะเรียนเรื่องประเทศอื่น
2. ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ เพื่อประโยชน์สำหรับการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน ประเทศไทยได้ชื่อว่ามีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่ไม่รู้วิธีการจัดการ เราจึงมีปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ป่าถูกทำลาย ฯลฯ ในขณะที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีขนาดเล็กและพลเมืองน้อยไม่มีทรัพยากรใดๆ แต่มีความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสามารถในการจัดการสูงสามารถพัฒนาประเทศจนมั่งคั่งอยู่ในระดับต้นๆของโลก
3. ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิปัญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาเหล่านั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ภูมิปัญญาไทยได้รับความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสาระหลักสูตรที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้
4. ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์ ภาษา โดยเฉพาะให้ความสำคัญกับการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง ระบบการศึกษาไทยที่ผ่านมามักจะละเลยภาษาประจำชาติ ผู้เรียนจึงมองข้ามความสำคัญของความรู้ด้านนี้ แต่โดยสาระบัญญัติข้อนี้ ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีนโยบายด้านภาษา ทั้งภาษาประจำชาติและภาษาต่างประเทศ ซึ่งในยุคโลกาภิวัตน์ คนไทยควรพูดภาษาต่างประเทศได้อย่างน้อย 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระดับสากลมากที่สุด และภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ภาษามลายู ภาษาจีน หรือภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจำเป็นสำหรับการติดต่อค้าขายในภูมิภาค
5. ความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข
การกำหนดหลักสูตรทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ต้องนำทั้ง5 เรื่องนี้มาเป็นแกนสำหรับการจัดการศึกษาได้กำหนดให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำหลักสูตรแกนกลาง โดยให้สถานศึกษาจัดทำสาระในรายละเอียดและหลักสูตรท้องถิ่นกำหนดว่าสาระของหลักสูตรต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล

Posted in การศึกษา | Tagged | Comments Off